www.fanzashop.com

ตะกร้าสินค้าของคุณ




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

ตอนนี้คุณอยู่ที่หน้า: หน้าแรก ธรรมลิขิต สมุนไพรชาใบขลู่
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
ชาใบขลู่ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย admin fanzashop   
วันศุกร์ที่ 07 ธันวาคม 2012 เวลา 20:41 น.

 

 

ร้านลุงหนุ่ยป้าติ๊๊ีก

**** เปิด วันอาทิตย์ และ วันนักขัตฤกษ์ เท่านั้น ***

ศาลพันท้ายนรสิงห์

บริเวณศูนย์อาหาร ข้างเรือตะเคียนโบราณ (ล็อค2)

ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

เวลา 9.00-20.00น.

โดย ลุงหนุ่ย ป้าติ๊ก

 


ชาใบขลู่ กิ่ง ก้าน ใบ ดอก มีสรรพคุณทางสมุนไพรเท่ากัน

ชงแล้วจะได้ชา กลิ่นหอม รสชาตินุ่มนวล 

 สีเหลืองทอง น่ารับประทาน

 

โทร 088-8574720 (ลุงหนุ่ย) 

โทร  091-4840941  (ป้าติ๊ก)

 


 

 

   

 ชาใบขลู่ ตรา ลุงหนุ่ย 

 

ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ล้างสารพิษและของเสียออกจากร่างกาย ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว


 

ลดไขมันในเส้นเลือด ลดความดันโลหิตสูง แก้เบาหวาน

  

  

ลดภาวะการอักเสบภายในร่างกาย 

  

 
ลดอาการริดสีดวงทวาร บรรเทาอาการปวดเหมื่อย แก้กระษัย

บำรุงประสาท บำรุงสายตา มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

ขจัดไขมันส่วนเกิน ลดอาการบวม
 

 

 

 

     ชื่อวิทยาศาสตร์       

 Pluchea indica Less.

 

           วงศ์         

 COMPOSITAE

ชื่อท้องถิ่น    หนวดงิ้ว หนวดงั่ว หนวดวัว (อุดรธานี) ขี้ป้าน (แม่ฮ่องสอน) คลู (ใต้)

 

 

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

 
     ขลู่เป็นไม่พุ่มสูง 0.5 - 2 เมตร ยอดและใบอ่อนมีขนอ่อนอยู่ทั่วไป ใบติดตามข้อสลับกัน ก้านใบสั้น

ใบรูปไข่หัวกลับ ขอบในหยักและมีขนาดกว้างประมาณ 1 - 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2 - 9 เซนติเมตร

ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย สีขาวอมม่วงขนาดเล็ก

ขลู่เป็นพืชที่ชอบขึ้นตามธารน้ำโดยเฉพาะที่น้ำเค็มขึ้นถึง พบทั่วไปในเขตร้อน เช่น ประเทศอินเดีย จีน

ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เป็นต้น เป็นพืชที่ปลูกง่าย โดยใช้กิ่งแก่ปักชำ ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด

 

ส่วนที่ใช้เป็นยา                  ใช้ส่วนของต้นที่อยู่เหนือดินทั้งสดและแห้ง (นิยมใชเฉพาะใบ)

ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา        เก็บได้ตลอดปี

 

รสและสรรพคุณยาไทย      สรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แพทย์ไทยโบราณนิยมใช่ขลู่ชงให้ผู้ป่วยรับประทาน

ลดอาการบวม และลดน้ำหนักตัว


 

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน
     ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา วันละ 1 กำมือ (สดหนัก 40 - 50 กรัม แห้งหนัก 15 - 20 กรัม) หั่นเป็นชิ้น ๆ

ต้มกับน้ำดื่ม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา (หรือ 75 มิลลิลิตร)

 

สารที่พบ

     ใบขลู่ประกอบด้วยสารประเภทเกลือแร่ เช่น โซเดียม คลอไรด์ สารโปแตสเซียม

นอกจากนี้ยังประกอบด้วย stigmasterol (+ beta-sitosterol), stigmasterol glucoside (+ beta-sitosterol glucoside), catechin เป็นต้น


ข้อมูลทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ

 
     ฤทธิ์ขับปัสสาวะ นัทพร นิลวิเศษ และคณะได้ศึกษาฤทธิ์ขับปัสสาวะของขลู่ พบว่ารูปแบบ 5% และ 10%

ของยาชงขลู่ (ยาชง 5% ทำได้โดยชั่งขลู่ 5 กรัม ใส่ลงในภาชนะแก้วหรือเคลือบที่ทนความร้อนได้

รินน้ำเดือดลงไปประมาณ 100 มิลลิลิตร ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง

จึงรินและคั้นน้ำออกกรองให้ได้น้ำยา 100 มิลลิลิตร) ทดลองฤทธิ์ขับปัสสาวะในหนูขาว และในอาสาสมัครที่มีสุขภาพปกติ

โดยเปรียบเทียบกับยา hydrochlorothiazide

พบว่ายาชงขลู่มีผลเพิ่มปริมาณปัสสาวะ และถ้าเพิ่มปริมาณความเข้มข้นก็จะมีผลเพิ่มปริมาณปัสสาวะมากขึ้น
     ฤทธิ์ต้านการอักเสบ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1991) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบ

(antiinflammatory) ของสารสกัดจากรากขลู่ พบว่าสารสกัดจากรากขลู่

สามารถต้านการอักเสบได้ โดยสามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่เกิดจากการฉีด carragenin, histamine, serotonin,

hyaluronidase และ sodium urate โดยสารสกัดจะยับยั้งกระบวนการที่โปรตีนลอดออกจากหลอดเลือด

(exudation) และการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณอักเสบ (leucocyte migration)

 
      ฤทธิ์ต้านการอักเสบ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1993) ได้ทำการศึกษากลไกการต้านการอักเสบ

และการต้านการเกิดแผลในกรเพาะอาหาร ของสารสกัดจากรากขลู่ ( Pluchea indica Less root extract: PIRE)

ที่คาดว่ามีกลไกเกี่ยวข้องกับ 5- lipoxygenase pathway ซึ่งเป็นกระบวนการสังเคราะห์โพรสตาแกลนดิน ( prostaglandin)

ผลการศึกษาพบว่า PIRE สามารถต้านการอักเสบที่เกิดจาก arachidonic acid, platelet activation factor

และสารประกอบ 48/80 ซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการบวมที่อุ้งเท้าสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้สามารถยับยั้งสารประกอบ 48/80 เหนี่ยวนำให้เกิดการหลั่งสาร ฮีสตามีน ( histamine) จาก Mast cell

ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผลต่อการเกิดแผลในกระเพราะอาหาร พบว่าสามารถป้องกับการเกิดแผลจากยา indomethacin,

เหล้า และ indomethacin ได้อย่างมีนัยสำคัญ

โดยสามารถลดปริมา๖และความเป็นกรดของกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ

 
     ฤทธิ์การปกป้องตับ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1993) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์การปกป้องตับของสารสกัดจากขลู่

ในหนูที่ตับบาดเจ็บเฉียบพลัน (acute liver damage) จากการเหนี่ยวนำของสาร คาร์บอนเตตระคลอไรด์

(carbontetrachloride: CCl4) พบว่าสามารถลดระดับเอนไซม์ aspartate amino tranferase (AST), alanine amino tranferase (ALT),

lactate dehydrogenase (LDH), serum alkaline phosphatase (ALP) และ bilirubin

ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้สารสกัดจากขลู่สามารถลดระยะเวลาการนอนหลับของหนูที่ได้รับ pentobarbitone ได้อย่างมีนัยสำคัญ

และลด plasma prothrombin time ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ CCl4

 
      ฤทธิ์ป้องกันทางเดินอาหารบาดเจ็บ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1996) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์สารสกัดจากขลู่

ในการยับยั้งปัจจัยกระตุ้นเกร็ดเลือด (platelet activation factor: PAF) และยับยั้งการเกิดกระเพาะอาหารเสียหาย

(gastric demage) พบว่าการให้สารสกัดจากขลู่สามารถยับยั้งการอักเสบและอุบัติการเกิดกับทางเดินอาหารส่วนล่างเสียหายได้ อย่างมีนัยสำคัญ

 
     ฤทธิ์ต่อระบบประสาท Thongpraditchote S. และคณะ (ค.ศ. 1996) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากรากขลู่

(Pluchea indica Less root extract: PI-E) ต่อระบบประสาทในหนู พบว่าหนูที่ได้รับ PI-E ขนาด 50-100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม

ให้โดยการกิน มีการทำงานของระบบประสาทควบคุมการเคลื่อนที่ (locomotor) ทำงานเพิ่มขึ้น

และลดระยะเวลาการนอนหลับของหนูที่ได้รับ pentobarbital ให้สั้นลง อย่างมีนัยสำคัญและขึ้นกับขนาดที่ได้รับ

(dose dependent) นอกจากนี้พบว่าฤทธิ์ของ PI-E ที่ให้ในหนูที่ได้รับ pentobarbital จะลดลงเมื่อได้รับ flumazenil

(1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้ทางหลอดเลือดดำ) อย่างมีนัยสำคัญ และ PI-E (50 - 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม)

และ diazepam (0.5-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) สามารถลดพฤติกรรมก้าวร้าวได้ตามขาดที่ได้รับ (dose dependent)

โดยกลไกการออกฤทธิ์ของ PI-E เกี่ยวข้องกับระบบ GABA system ในสมอง แต่อย่างไรก็ตาม PI-E

ไม่มีฤทธิ์ระงับการชักที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของ pentyleneterazole
     ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 2002) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดจากรากขลู่

( Pluchea indica Less root extract: PIRE) ในหลอดทดลองและสัตว์ โดยใช้ คาร์บอนเตตระคลอไรด์

( carbontetrachloride: CCl4) เหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการสลายไปมัน ( lipid peroxidation) และการเปลี่ยนแปลง

arachidonic acid จากเอนไซม์ lipoxygenase ซึ่ง 2 กระบวนการนี้ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น

ผลการศึกษาพบว่า PIRE สามารถลดการอักเสบ และการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้พบว่า PIRE นอกจากนี้พบว่า PIRE สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้มากกว่า B755c

และ phenidone (สารต้านอนุมูลอิสระ) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

 
     ฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพ Biswas R. และคณะ (ค.ศ. 2005) ได้ทำการสกัด และประเมินสารประกอบที่พบในขลู่

และความแรงในการต้านเชื้อจุลชีพ พบว่าค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อได้

( minimum inhibitory concentration: MIC) ของสารสกัดขลู่ต่อเชื้อ Staphylococcus aureus ML 11,

S. aureus ML 358, S. aureus NCTC 6571, S. aureus 8530, Salmonella trphi 59, S. typhimurium NCTC 74,

Shigella boydii 8 NCTC 254/66, S. dysenteriae 7 NCTC 519/66, Vibrio cholerae 214, Vibrio cholerae 14033,

Bacillus lichenniformis, Escherichia coli ATCC 25938, Klebsiella pneumoniae 725, K. pneumoniae 10031

และ Pseudomonas aeruginosa 71 คือ 1500 , 2000, > 2000, 1000, 1500, 1500, 1500, 1500, 1000, 1500,

> 2000, 1500, > 2000, 2000 และ 2000 นาโนกรัม/มิลลิลิตร

ข้อมูลทางคลินิก
     
ฤทธิ์ขับปัสสาวะ Muangman V และคณะ (ค.ศ. 1998) ได้ทำการศึกษา การให้สารสกัดผงแห้งจากขลู่

(สารสกัด 3.6 กรัม บรรจุในแคปซูล 12 แคปซูล) ครั้งเดียว (single dose) แก่อาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 15 คน

และได้สุ่มผู้ป่วยอีก 30 คน (อาจเป็นนิ่วที่ไตด้วยหรือไม่ก็ได้) ให้รับประทานยาขับปัสสาวะ

(hydrochlorothiazide: HCT 50 มิลลิกรัม) เพื่อใช้เป็นกลุ่มควบคุมและเปรียบเทียบ

และวัดปริมาณปัสสาวะที่ 6 ชั่วโมง ผลพบว่ามีอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 8 คน (53%)

และกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการสุ่ม 7 คน (23%) ตอบสนองต่อฤทธิ์การขับปัสสาวะของขลู่

ส่วนจำนวนผู้ที่ตอบสนองต่อยาขับปัสสาวะ HCT ในอาสาสมัครสุขภาพดี 87%

และในผู้ป่วย 67% จากผลการศึกษาจำนวนผู้ตอบสนองต่อสารสกัดจากขลู่น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับ HCT

 

ข้อมูลทางพิษวิทยา
     จากการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของยาชงขลู่ของกรมวิทยาศาสตร์ ที่ทำในหนู่ถีบจักรยานพบว่า

ไม่มีความเป็นพิษเฉียบพลันในยาชงขลู่

 

เอกสารอ้างอิง
1. มาโนช วามานนท์, เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, บรรณาธิการ. ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน.

พิมพ์ครั้งที่ 2. ม.ป.ท.: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2540.
2.
สมพร ภูติยานันต์. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 4. เชียงใหม่: ตุลย์การพิมพ์; 2546

 

 

ขลู่  Pluchea indica Less.

ชื่อวิทยาศาสตร์               Pluchea indica Less.

วงศ์                                  COMPOSITAE

ชื่อท้องถิ่น                       หนวดงิ้ว หนวดงั่ว หนวดวัว (อุดรธานี) ขี้ป้าน (แม่ฮ่องสอน) คลู (ใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
     ขลู่เป็นไม่พุ่มสูง 0.5 - 2 เมตร ยอดและใบอ่อนมีขนอ่อนอยู่ทั่วไป ใบติดตามข้อสลับกัน ก้านใบสั้น ใบรูปไข่หัวกลับ ขอบในหยักและมีขนาดกว้างประมาณ 1 - 5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2 - 9 เซนติเมตร ประกอบด้วยดอกย่อยจำนวนมาก มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมีย สีขาวอมม่วงขนาดเล็ก ขลู่เป็นพืชที่ชอบขึ้นตามธารน้ำโดยเฉพาะที่น้ำเค็มขึ้นถึง พบทั่วไปในเขตร้อน เช่น ประเทศอินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ไทย เป็นต้น เป็นพืชที่ปลูกง่าย โดยใช้กิ่งแก่ปักชำ ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด

   

ส่วนที่ใช้เป็นยา                  ใช้ส่วนของต้นที่อยู่เหนือดินทั้งสดและแห้ง (นิยมใชเฉพาะใบ)

ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา        เก็บได้ตลอดปี

รสและสรรพคุณยาไทย      สรรพคุณขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ แพทย์ไทยโบราณนิยมใช่ขลู่ชงให้ผู้ป่วยรับประทาน ลดอาการบวม และลดน้ำหนักตัว

สรรพคุณและการนำไปใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน
     ใช้เป็นยารักษาอาการขัดเบา วันละ 1 กำมือ (สดหนัก 40 - 50 กรัม แห้งหนัก 15 - 20 กรัม) หั่นเป็นชิ้น ๆ ต้มกับน้ำดื่ม วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหารครั้งละ 1 ถ้วยชา (หรือ 75 มิลลิลิตร)

สารที่พบ
     ใบขลู่ประกอบด้วยสารประเภทเกลือแร่ เช่น โซเดียม คลอไรด์ สารโปแตสเซียม นอกจากนี้ยังประกอบด้วย stigmasterol (+ beta-sitosterol), stigmasterol glucoside (+ beta-sitosterol glucoside), catechin เป็นต้น

ข้อมูลทางเภสัชวิทยาอื่น ๆ
     ฤทธิ์ขับปัสสาวะ นัทพร นิลวิเศษ และคณะได้ศึกษาฤทธิ์ขับปัสสาวะของขลู่ พบว่ารูปแบบ 5% และ 10% ของยาชงขลู่ (ยาชง 5% ทำได้โดยชั่งขลู่ 5 กรัม ใส่ลงในภาชนะแก้วหรือเคลือบที่ทนความร้อนได้ รินน้ำเดือดลงไปประมาณ 100 มิลลิลิตร ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง จึงรินและคั้นน้ำออกกรองให้ได้น้ำยา 100 มิลลิลิตร) ทดลองฤทธิ์ขับปัสสาวะในหนูขาว และในอาสาสมัครที่มีสุขภาพปกติ โดยเปรียบเทียบกับยา hydrochlorothiazide พบว่ายาชงขลู่มีผลเพิ่มปริมาณปัสสาวะ และถ้าเพิ่มปริมาณความเข้มข้นก็จะมีผลเพิ่มปริมาณปัสสาวะมากขึ้น
     ฤทธิ์ต้านการอักเสบ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1991) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านการอักเสบ (antiinflammatory) ของสารสกัดจากรากขลู่ พบว่าสารสกัดจากรากขลู่สามารถต้านการอักเสบได้ โดยสามารถยับยั้งอาการบวมของอุ้งเท้าหนูที่เกิดจากการฉีด carragenin, histamine, serotonin, hyaluronidase และ sodium urate โดยสารสกัดจะยับยั้งกระบวนการที่โปรตีนลอดออกจากหลอดเลือด (exudation) และการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวไปยังบริเวณอักเสบ (leucocyte migration)
      ฤทธิ์ต้านการอักเสบ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1993) ได้ทำการศึกษากลไกการต้านการอักเสบ และการต้านการเกิดแผลในกรเพาะอาหาร ของสารสกัดจากรากขลู่ ( Pluchea indica Less root extract: PIRE) ที่คาดว่ามีกลไกเกี่ยวข้องกับ 5- lipoxygenase pathway ซึ่งเป็นกระบวนการสังเคราะห์โพรสตาแกลนดิน ( prostaglandin) ผลการศึกษาพบว่า PIRE สามารถต้านการอักเสบที่เกิดจาก arachidonic acid, platelet activation factor และสารประกอบ 48/80 ซึ่งเหนี่ยวนำให้เกิดการบวมที่อุ้งเท้าสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้สามารถยับยั้งสารประกอบ 48/80 เหนี่ยวนำให้เกิดการหลั่งสาร ฮีสตามีน ( histamine) จาก Mast cell ได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผลต่อการเกิดแผลในกระเพราะอาหาร พบว่าสามารถป้องกับการเกิดแผลจากยา indomethacin, เหล้า และ indomethacin ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถลดปริมา๖และความเป็นกรดของกระเพาะอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ
     ฤทธิ์การปกป้องตับ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1993) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์การปกป้องตับของสารสกัดจากขลู่ ในหนูที่ตับบาดเจ็บเฉียบพลัน (acute liver damage) จากการเหนี่ยวนำของสาร คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (carbontetrachloride: CCl4) พบว่าสามารถลดระดับเอนไซม์ aspartate amino tranferase (AST), alanine amino tranferase (ALT), lactate dehydrogenase (LDH), serum alkaline phosphatase (ALP) และ bilirubin ได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้สารสกัดจากขลู่สามารถลดระยะเวลาการนอนหลับของหนูที่ได้รับ pentobarbitone ได้อย่างมีนัยสำคัญ และลด plasma prothrombin time ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับ CCl4
      ฤทธิ์ป้องกันทางเดินอาหารบาดเจ็บ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 1996) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์สารสกัดจากขลู่ ในการยับยั้งปัจจัยกระตุ้นเกร็ดเลือด (platelet activation factor: PAF) และยับยั้งการเกิดกระเพาะอาหารเสียหาย (gastric demage) พบว่าการให้สารสกัดจากขลู่สามารถยับยั้งการอักเสบและอุบัติการเกิดกับทางเดินอาหารส่วนล่างเสียหายได้ อย่างมีนัยสำคัญ
     ฤทธิ์ต่อระบบประสาท Thongpraditchote S. และคณะ (ค.ศ. 1996) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากรากขลู่ (Pluchea indica Less root extract: PI-E) ต่อระบบประสาทในหนู พบว่าหนูที่ได้รับ PI-E ขนาด 50-100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้โดยการกิน มีการทำงานของระบบประสาทควบคุมการเคลื่อนที่ (locomotor) ทำงานเพิ่มขึ้น และลดระยะเวลาการนอนหลับของหนูที่ได้รับ pentobarbital ให้สั้นลง อย่างมีนัยสำคัญและขึ้นกับขนาดที่ได้รับ (dose dependent) นอกจากนี้พบว่าฤทธิ์ของ PI-E ที่ให้ในหนูที่ได้รับ pentobarbital จะลดลงเมื่อได้รับ flumazenil (1 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ให้ทางหลอดเลือดดำ) อย่างมีนัยสำคัญ และ PI-E (50 - 100 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) และ diazepam (0.5-5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม) สามารถลดพฤติกรรมก้าวร้าวได้ตามขาดที่ได้รับ (dose dependent) โดยกลไกการออกฤทธิ์ของ PI-E เกี่ยวข้องกับระบบ GABA system ในสมอง แต่อย่างไรก็ตาม PI-E ไม่มีฤทธิ์ระงับการชักที่เกิดจากการเหนี่ยวนำของ pentyleneterazole
     ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ Sen T. และคณะ (ค.ศ. 2002) ได้ทำการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระจากสารสกัดจากรากขลู่ ( Pluchea indica Less root extract: PIRE) ในหลอดทดลองและสัตว์ โดยใช้ คาร์บอนเตตระคลอไรด์ ( carbontetrachloride: CCl4) เหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการสลายไปมัน ( lipid peroxidation) และการเปลี่ยนแปลง arachidonic acid จากเอนไซม์ lipoxygenase ซึ่ง 2 กระบวนการนี้ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้น ผลการศึกษาพบว่า PIRE สามารถลดการอักเสบ และการสลายตัวของเม็ดเลือดแดงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้พบว่า PIRE นอกจากนี้พบว่า PIRE สามารถกำจัดอนุมูลอิสระได้มากกว่า B755c และ phenidone (สารต้านอนุมูลอิสระ) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
     ฤทธิ์ยับยั้งจุลชีพ Biswas R. และคณะ (ค.ศ. 2005) ได้ทำการสกัด และประเมินสารประกอบที่พบในขลู่ และความแรงในการต้านเชื้อจุลชีพ พบว่าค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งเชื้อได้ ( minimum inhibitory concentration: MIC) ของสารสกัดขลู่ต่อเชื้อ Staphylococcus aureus ML 11, S. aureus ML 358, S. aureus NCTC 6571, S. aureus 8530, Salmonella trphi 59, S. typhimurium NCTC 74, Shigella boydii 8 NCTC 254/66, S. dysenteriae 7 NCTC 519/66, Vibrio cholerae 214, Vibrio cholerae 14033, Bacillus lichenniformis, Escherichia coli ATCC 25938, Klebsiella pneumoniae 725, K. pneumoniae 10031 และ Pseudomonas aeruginosa 71 คือ 1500 , 2000, > 2000, 1000, 1500, 1500, 1500, 1500, 1000, 1500, > 2000, 1500, > 2000, 2000 และ 2000 นาโนกรัม/มิลลิลิตร

ข้อมูลทางคลินิก
     
ฤทธิ์ขับปัสสาวะ Muangman V และคณะ (ค.ศ. 1998) ได้ทำการศึกษา การให้สารสกัดผงแห้งจากขลู่ (สารสกัด 3.6 กรัม บรรจุในแคปซูล 12 แคปซูล) ครั้งเดียว (single dose) แก่อาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 15 คน และได้สุ่มผู้ป่วยอีก 30 คน (อาจเป็นนิ่วที่ไตด้วยหรือไม่ก็ได้) ให้รับประทานยาขับปัสสาวะ (hydrochlorothiazide: HCT 50 มิลลิกรัม) เพื่อใช้เป็นกลุ่มควบคุมและเปรียบเทียบ และวัดปริมาณปัสสาวะที่ 6 ชั่วโมง ผลพบว่ามีอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 8 คน (53%) และกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการสุ่ม 7 คน (23%) ตอบสนองต่อฤทธิ์การขับปัสสาวะของขลู่ ส่วนจำนวนผู้ที่ตอบสนองต่อยาขับปัสสาวะ HCT ในอาสาสมัครสุขภาพดี 87% และในผู้ป่วย 67% จากผลการศึกษาจำนวนผู้ตอบสนองต่อสารสกัดจากขลู่น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับ HCT

ข้อมูลทางพิษวิทยา
     จากการศึกษาความเป็นพิษเฉียบพลันของยาชงขลู่ของกรมวิทยาศาสตร์ ที่ทำในหนู่ถีบจักรยานพบว่า ไม่มีความเป็นพิษเฉียบพลันในยาชงขลู่

เอกสารอ้างอิง
1. มาโนช วามานนท์, เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ, บรรณาธิการ. ยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. ม.ป.ท.: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก; 2540.
2.
สมพร ภูติยานันต์. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทย. พิมพ์ครั้งที่ 4. เชียงใหม่: ตุลย์การพิมพ์; 2546.
 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 06 มีนาคม 2014 เวลา 21:18 น.
 

เลือกสกุลเิงิน


สถิติผู้เข้าชมร้านปุ้มมหาชัย

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้101
mod_vvisit_counterเมื่อวาน323
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้2017
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว3575
mod_vvisit_counterเดือนนี้7545
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว100704
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด651764

คนออนไลน์

เรามี 4 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

มาหารายได้พิเศษกันเถอะ

     

ทีมงานปุ้มมหาชัย

 

 

               เวบมาสเตอร์